TURN Music Box

Custom Tune Music Box, Making & Inspiration

น้ำตาแสงไต้ (Namta Saeng Tai)

Namta Saeng Tai” was originally composed for the play of the tearful farewell story, “Norasingha”, which was first performed at Sala Chalermkrung Royal Theatre in 1944.

The music was composed by Khru Sa-nga Aramphee and the lyrics by Khru Marut (Tawee Na Bangchang) and Khru Neramitr (Amnuay Glassanimi). The inspiration of the music came from the Thai traditional music, “Khmer Saiyok” and “Lao Kruan”.

This music box is a tribute to the commemorate composer, “Sa-nga Aramphee” who will remain in my heart forever.

นวล… เจ้าพี่เอย คำน้อง เอ่ยล้ำ คร่ำครวญ
ถ้อยคำ เหมือนจะชวน ใจพี่หวน ครวญคร่ำอาลัย
น้ำตา อาบแก้ม เพียงแซม ด้วยเพชรไสว
แวววับ จับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา . . .

ที่มาของเพลง “น้ำตาแสงไต้” ครูสง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง ปี ๒๕๓๑ หรือที่นักอ่านรุ่นเก๋าหลายท่านรู้จักกันดีในชื่อ “ครูแจ๋ว” ได้เขียนเล่าเอาไว้ว่า ท่วงทำนองที่ “หวานเย็นและเศร้า” นั้น เกิดขึ้นจากการผสมผสานทำนองเพลงเก่า 2 เพลง คือ “เขมรไทรโยค” และ “ลาวครวญ” เข้าด้วยกัน เพื่อใช้เป็นเพลงเอกของละครเรื่อง “พันท้ายนรสิงห์” ที่มีกำหนดจัดแสดงที่ศาลาเฉลิมกรุงโดยคณะศิวารมณ์ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๗

แม้ว่าในคำบอกเล่านั้น ครูแจ๋วจะให้เครดิตกับวิญญาณที่ชื่อ “ครูอมร” ที่ได้เล่นเปียโนเพลงบทนี้ให้ฟัง ในขณะที่ครูแจ๋วกำลังเมาหลับไม่ได้สติเพราะฤทธิ์เหล้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไร บทเพลงสุดคลาสสิกบทนี้ได้ถูกประพันธ์ขึ้นในสมัยที่ครูแจ๋วเพิ่งเริ่มต้นอาชีพนักดนตรี และยังเป็นเพียงคนเล่นเปียโนแบ็คอัพการซ้อมให้กับคณะละครในเวลานั้น

ในส่วนของเนื้อร้อง ได้ถูกแต่งตามขึ้นทันทีหลังจากได้ยินทำนอง โดย ครูมารุต (ทวี ณ บางช้าง) เป็นผู้ขึ้นต้นประโยค “นวลเจ้าพี่เอย” และครูเนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ) ได้แต่งประโยคตาม “คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ” ก่อนจะช่วยกันแต่งต่อจนจบโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น

ชื่อเพลง “น้ำตาแสงไต้” นั้นได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ทำนองและเนื้อร้องจะถูกประพันธ์ขึ้น โดยมีที่มาจากตัวบทละครที่ดำเนินเรื่องอยู่ในสมัยของพระเจ้าเสือ ช่วงอยุธยาตอนปลาย ซึ่งแสงสว่างที่ได้ในยามค่ำคืนนั้นมาจากคบไฟซึ่งใช้ “ไต้” เป็นเชื้อเพลิง ดังนั้น “น้ำตาแสงไต้” จึงน่าจะหมายถึงที่น้ำตาที่ไหลอาบสะท้อนแสงไต้ยามต้องกล่าวคำลานั่นเอง

แม้ว่าจะผ่านมานานนับสิบปี แต่เพลง “น้ำตาแสงไต้” กลับเป็นหนึ่งในบทเพลงอมตะที่ยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คนมาจวบจนทุกวันนี้ กล่องดนตรี “น้ำตาแสงไต้” ใบนี้ ทำขึ้นเพื่อแสดงคารวะรำลึกต่อครูแจ๋ว “สง่า อารัมภีร” ครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่จะยังคงอยู่ในใจตลอดไป…

%d bloggers like this: